ฟุตบอลต่างประเทศ ฮาเวียร์ซาเน็ตติ สุดยอดกัปตัน งูใหญ่ อินเตอร์มิลาน

ฟุตบอลต่างประเทศ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ตำนานกัปตันของทีมงูใหญ่

ฟุตบอลต่างประเทศ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ คือนักบอลที่ ฟิตที่สุดในอิตาลี ในครั้งเมื่อเขาลงเล่นให้ อินเตอร์มิลาน ภาพของวิงแบ็คที่วิ่งขึ้นลงแบบไม่มีหมด เติมเกมรุก ลงมาช่วยเกมรับแบบไม่ขาด หรือแม้กระทั่งในวัย 35 ปี ที่โดนจับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกมก็ทำได้ยอดเยี่ยมไล่หาบอลตลอด แต่ใครเลยจะรู้ว่าก่อนที่จะวิ่งลืมตายเหมือนมีปอด 3 ข้างแบบนี้ ซาเน็ตติ เคยหายใจเองไม่ได้มาก่อน

บอลต่างประเทศวันนี้ ในปี 1963 … หมอที่ทำคลอด ฮาเวียร์ซาเน็ตติ นั้นต้องใช้ฝีมือแบบสุดกำลัง หลังจากทีเกิดได้ไม่นานนัก เขาก็มีปัญหาทางด้านระบบทางเดินหายใจ จึงต้องทำการรักษากันอย่างเร่งด่วน ทำให้ ฮาเวียร์ ในวัยเด็กมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าเด็กคนอื่นเสมอมา

ฟุตบอลต่างประเทศ

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแอแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อถึงวัยที่ต้องทำงาน ฮาเวียร์ซาเน็ตติ ก็ต้องติดสอยห้อยตามพ่อของเขาไป พ่อของเขาเป็นคนงานรับจ้างทั่วไป ทำทุกอย่างที่ได้เงิน เป็นคนขยันมาก ซาเน็ตติ ในวัยยังเด็ก ก็ช่วยพ่อทำงานโดยการขนของไปส่งตามบ้านต่างๆ ในวัยเด็กเขาทำงานวันละ 5 ชั่วโมง และต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานกับต่อตั้งแต่ 9 โมงเช้า ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ บทความกีฬาที่น่าสนใจ

ในวัย 12 ปี กลับกลายเป็นว่ามันเหมือนการได้ออกกำลังกายทุกวันในทางอ้อม จากที่เคยเป็นเด็กที่แค่หายใจก็ยังเหนื่อย ร่างกายของเขาแข็งแรงขึ้นทุกวัน สามารถออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างเช่นเล่นฟุตบอลได้ และเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็เริ่มสนุกกับมัน จนได้เป็นตัวแทนของทีมฟุตบอลท้องถิ่นสำหรับเยาวชนที่สร้างขึ้น เพื่อให้เด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวในย่านยากจนมีโอกาสได้สัมผัสกับฟุตบอลที่ถูกต้องอย่างแท้จริง

‘ตอนทำงานกับพ่อเป็นหนึ่งในช่วงชีวิตที่ผมชอบที่สุด ไม่ใช่แค่เราได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่มันเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผม ผมไม่ได้เหนื่อย แต่ผมแค่เห็นว่าพ่อของผมเสียสละตัวเองเพื่อครอบครัวขนาดไหน ความพยายามนั้นติดฝังอยู่ในความทรงจำของผมจนทุกวันนี้ ประสบการณ์การเป็นคนส่งนมและก่อสร้างมันชัดเจนมาก ขนาดที่ว่าถ้าตอนนี้คุณสั่งให้ผมไปก่อกำแพง ผมก็สามารถทำได้ทันที’ ฮาเวียร์ เล่าอดีตผ่าน FourFourTwo ประวัติฟุตบอลต่างประเทศ

ฟุตบอลต่างประเทศ ฮาเวียร์ เล่นได้โดดเด่นกว่าคนในทีมใน โปรแกรมบอล การแข่งขัน ก่อนที่ บานฟิลด์ สโมสรในลีกสูงสุดจะเซ็นสัญญาไปร่วมทีมเมื่ออายุ 20 ปี เขาใส่หมายเลข 4 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เบอร์นี้ก็เป็นเบอร์ประจำตัวของเขา

ฟุตบอลต่างประเทศ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ก้าวแรกของบอล

ด้วยผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยม วิ่งเติมขึ้นลงตลอดแบบไม่มีหมดแรง ทำให้เอเย่นต์ที่ชื่อว่า อังเคลินโญ่ นำชื่อของเขาไปเสนอกับ มัสซิโม โมรัตติ พร้อมวีดีโอการแข่งขันของเขาในนัดนั้น ซึ่งประทับใจ โมรัตติ มาก การเลี้ยงบอลที่ติดเท้า ทักษะการเล่นกับบอลที่เกินวัย ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าตัวเขามาร่วมทีมตอนอายุ 21 ปี และเมื่อ ฮาเวียร์ซาเน็ตติ ได้ลงซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรกในปี 1995 ก็เกิดเรื่องเล่าขานขึ้นมากมาย

Giuseppe Bergomi นักเตะตำแหน่งกองหลังที่อาวุโสสุดในทีม และเป็นกัปตัน ณ เวลานั้น ยังจำความดุดันของเด็กหนุ่มจากอาร์เจนตินาได้ดี ปกติแล้วนักเตะจากประเทศนี้มักจะมาในรูปแบบของจอมเทคนิคและศิลปินฟุตบอล ทำตามอารมณ์มากกว่าตามแบบแผน แต่ ฮาเวียร์ซาเน็ตติ นั้นแตกต่างจากต้นแบบเดิม ๆ อย่างสุดขั้ว

”ในครั้งแรกของการซ้อมของเขา ผมจำได้ติดตาติดใจ เราแบ่งเป็นสองทีมและผมอยู่คนละทีมกับเขา ทุกครั้งที่ทีมของผมได้บอล เขามุงมั่นมากในการวิ่งมาแย่งบอล แล้วไม่เคยหมดแรงกว่าจะแย่งบอลได้ วินาทีนั้นผมแอบคิดเล่น ๆ ว่าหมอนี่มันต้องสร้างประวัติศาสตร์ได้แน่ ๆ” แบร์โกมี่ กล่าว

ฟุตบอลต่างประเทศ

Javier Zanetti ได้รับฉายาว่า ”เจ้ารถแทร๊คเตอร์” ได้มาจากการที่เขาไม่เคยอยู่นิ่งๆในสนาม จะวิ่งไล่ไปทั่วในตำแหน่งของเขา นักข่าวอิตาลีหลายคนได้ยินฉายานี้ของเขาสมัยที่เล่นให้กับ บานฟิลด์ จนกระทั่งเอามาเรียกเป็นฉายาของ ฮาเวียร์ซาเน็ตติ ในเวลานั้น

เมื่ออยู่ในสนามเขาจะไล่กวดทุกคนที่เข้ามาใกล้ แบบไม่ยอมหยุด ดุดันเอาจริงมาก แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาว ซาเน็ตติ คือที่รักของทุกคนในทีม เขาอ่อนน้อม สุภาพ และถ่อมตัว เข้ากับทุกคนได้ดี และเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด เขาเล่นให้ อินเตอร์ อยู่ 6 ปี และนั่นมากพอที่จะทำให้ฉายาของเขาเปลี่ยนไป

ในปี 2002 ทุกคนที่ Inter Milan พร้อมกันตั้งฉายาของเขาใหม่ว่า ”Il Capitano” นั้นแสดงถึงการ ฮาเวียร์ซาเน็ตติ เป็นที่ยอมรับของทุกคนในทีมให้เป็นผู้นำ

กัปตันงูใหญ่ผู้สุขุม

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่รักของแฟนบอลทั้งทีมตัวเองและทีมคู่แข่งคือความเป็นคนเรียบง่าย, จริงใจและเป็นสุภาพบุรุษลูกหนังของเขา เห็นได้ชัดจากวันที่เขาทำลายสถิติลงสนามให้อินเตอร์มากที่สุดของ แบร์โกมี่ ลง ในวันนั้นมีเสียงปรบมือจากแฟนบอลทั้งสนาม พร้อมป้ายผ้าแสดงความยินดีจากแฟนบอล อินเตอร์ มิลาน ทั่วอัฒจันทร์

”การเป็นกัปตันทีม ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องตะโกนโหวกเหวกโชว์พลัง กัปตันที่ไม่ส่งเสียงดังไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้นำที่อ่อนแอ แนวทางของผมคือจัดการทุกปัญหาด้วยคำพูดดีๆ ซึ่งผมว่ามันทรงพลังกว่าการตะโกนเสียงดังด้วยซ้า”

ความนิ่งสุขุมเยือกเย็นของเขาก็มีขีดจำกัด โปรแกรมฟุตบอลต่างประเทศ ในปี 1997 เกม ยูฟ่าคัพ รอบชิงชนะเลิศ คนอย่าง ซาเน็ตติ ก็เคยหัวเสียตอนโดนเปลี่ยนตัวออกมาแล้ว
”วันนั้นผมแค่รู้สึกไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยที่รอย ( ตอนนั้นรอย ฮอดจ์สันคุมอินเตอร์อยู่ ) เปลี่ยนผมออกในช่วงที่ใกล้จะดวลจุดโทษแล้ว, ผมคิดว่าผมเล่นได้ดีนะวันนั้น แล้วคนที่ถูกเปลี่ยนลงมาก็ไม่ใช่มือสังหารจุดโทษอีกด้วย ( นิโกล่า แบร์ตี้ ) นั่นเลยทำให้ผมหัวร้อนนิดหน่อย”
”แต่วันรุ่งขึ้น, ผมก็เข้าไปสวมกอดรอยนะ เขาเป็นโค้ชที่ดีคนนึง ผมกับเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลยแหล่ะ”

ช่วงเวลาที่มืดมนของอินเตอร์คืบคลานเกาะกินสโมสรร่วมครึ่งทศวรรษ

ตั้งแต่ปี 1999-2004 อินเตอร์ มิลาน ไม่เคยได้ถ้วยแชมป์อะไรเลย ผลฟุตบอลต่างประเทศ จะมีอยู่ 2 ทีมที่แย่งชิงกันมาตลอด นั้นคือ ปีศาจแดงดำ AC Milan กัย เจ้าม้าลาย Juventus มาโดยตลอด ขณะที่ Javier Zanetti เองก็เคยเกือบเก็บข้าวของย้ายไปหาความสำเร็จกับทีมอื่นเช่นกันในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นเดียวกับสตาร์คนอื่น
”มีหลายสโมสรติดต่อเข้ามา มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงนึงในชีวิตของผมเลย”
”ในฐานะกัปตันทีม คุณไม่สามารถทิ้งทีมไปหาความสุขคนเดียวได้หรอก, ผมคุยกับโมรัตติเยอะมาก เราตั้งเป้าหมายร่วมกันและให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยกันสร้างอนาคตที่นี่ร่วมกัน”
”ผมจำได้ถึงวันที่ย้ายมาอินเตอร์วันแรกเขาบอกกับผมว่า เมื่อผมเซ็นสัญญาเป็นนักเตะของอินเตอร์แล้ว ผมก็คือคนในครอบครัวของเขาคนนึง เป็นเหมือนลูกชายอีกคน, ด้วยเหตุนั้นความคิดเรื่องการย้ายทีมจึงไม่เคยเกิดขึ้นกับผมอีกเลย”
Javier Zanetti ให้สัมภาษณ์ว่าเพราะ มัสซิโม โมรัตติ และแฟนบอล อินเตอร์ มิลาน จึงทำให้เขาปฏิเสธที่จะได้ร่วมงานกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงปลายยุค 90 อีกด้วย
”ผมได้พบกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยบังเอิญที่สนามบินในอังกฤษพร้อมกับภรรยาของผม, ข่าวลือที่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการเซ็นสัญญากับผมคือเรื่องจริง! ผมได้คุยกับเขานานพอสมควรเลยแหล่ะ ทั้งเรื่องฟุตบอลและเรื่องของผม”
”ผมปฏิเสธเขา เพราะผมต้องการอยู่ที่ อินเตอร์ มิลานต่อ, แม้ช่วงนั้นเราจะไร้ซึ่งความสำเร็จ แต่แผนงานที่ผมได้คุยกับ มัสซิโม โมรัตติ มันเป็นรูปธรรม และผมทิ้งมันไปไม่ได้จริงๆ”

คำคื่นแห่งการคว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ ของ อินเตอร์ มิลาน

ฟุตบอลต่างประเทศ ในคืนที่ อินเตอร์ มิลาน ต้องลงเล่นนัดชิง UCL กับ บาเยิร์น มิวนิค ทุกคนในห้องแต่งตัวมีความมั่นใจอย่างสุดขีดว่าพวกเขาสามารถเอาถ้วยบิ๊กเอียร์กลับเมืองมิลานได้อย่างแน่นอน
”บรรยากาศในห้องแต่งตัวสุดยอดมาก โชเซ่ มูรินโญ่ทำให้พวกเรารู้สึกว่าตัวเองเก่งกว่าที่เป็นอยู่ถึง 2 เท่า, ผมหันไปเห็นแววตาของมิลิโต้แล้วรู้เลยว่าเขาต้องทำประตูได้แน่”

ฟุตบอลต่างประเทศ
ฟุตบอลต่างประเทศ ”เกมวันนั้นเป็นนัดที่ 700 ของผมในสีเสื้อตัวนี้ด้วย มันเลยยิ่งทวีความพิเศษสำหรับผมมากขึ้นไปอีก, นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ผมมักจะบอกใครๆ ว่าเกมคืนนั้นคือโมเม้นต์ที่สุดยอดที่สุดของผมแล้วในอาชีพการค้าแข้ง”

ติดตามบทความกีฬาต่อได้ที่ alphabet sigma

Alvaro

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น